ใครอยากให้ถึงวันศุกร์ และเกลียดวันจันทร์ มาเช็คดูหน่อยคุณอยู่ใน Stage ไหน
“วงจรมนุษย์ออฟฟิศ…สู่ขิตอย่างสมบูรณ์”
🛑 Stage 1: คนเก่ง The Rising Star
Insight: ระยะนี้คือช่วง “ฮันนีมูน” ของการทำงาน คุณคือคนที่มาพร้อมไฟอันโชติช่วง พลังงานเต็ม 100% พร้อมรับทุกโปรเจกต์
- พฤติกรรม: “ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน” ใครสั่งอะไรทำหมด งานยากแค่ไหนก็อยากลอง
- สาเหตุ: งานวิจัยจาก Harvard Business Review บอกว่าความกระตือรือร้นในช่วงแรกมักเกิดจาก “Dopamine” ของการเรียนรู้สิ่งใหม่ เลยมีพลังพร้อมรับกับทุกสภาวะ
😫 Stage 2: เริ่มเป็นคนเหนื่อย The Tired Soul
Insight: เมื่อความเก่งของคุณถูกตอบแทนด้วยปริมาณงานที่มหาศาล จากที่เคยตื่นมาตื่นเต้นกับการไปทำงาน กลายเป็นตื่นมาแล้วถามตัวเองว่า “วันนี้วันอะไร?”
- พฤติกรรม: กาแฟแก้วแรกเริ่มเอาไม่อยู่ ต้องมีแก้วที่สองและสาม เริ่มมองหาปุ่ม “Snooze” บนนาฬิกาปลุกบ่อยขึ้น
- สาเหตุ:: ร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะ Allostatic Load หรือความเครียดสะสมที่ทำให้ระบบในร่างกายเริ่มรวน
😷 Stage 3: จากคนกล้า กลายเป็นคนเก็บ The Silent Sufferer
Insight: จากคนที่เคยเสนอไอเดียในห้องประชุม ตอนนี้กลายเป็น “คนเงียบ ไม่อยากพูดเยอะ” พยายามนั่งเฉยๆในห้องประชุม ใครว่ายังไงก็ตามกัน ไม่อยนากคิดอะไรใหม่ ใครถามอะไรก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
- พฤติกรรม: เก็บอารมณ์ เก็บความรู้สึก เก็บทุกอย่างยกเว้น “เก็บเงิน” เพราะเอาไปใช้ “Shopping Therapy” หมดแล้ว ทุกวันทำงานให้จบๆวันไป เอางานออกไปให้พ้นตัว
- สาเหตุ:: นี่คืออาการ Emotional Labor การฝืนแสดงอารมณ์ที่ตรงข้ามกับความรู้สึกจริง ซึ่งสูบพลังงานชีวิตมหาศาล
🏋️ Stage 4: คนแบก ที่พัฒนาสู่ “คนเบื่อ” The Bored Burden-Bearer
Insight: คุณกลายเป็นเสาหลักของทีม (ที่ไม่มีใครช่วยค้ำ) แบกทั้ง KPI แบกทั้งความคาดหวัง และแบก “อีโก้” ของคนอื่น
- พฤติกรรม: ถอนหายใจวันละ 80 รอบ งานที่เคยท้าทายกลายเป็นความจำเจ (Monotony)
- สาเหตุ: ความเบื่อหน่ายในการทำงาน (Bore-out) ร้ายแรงพอๆ กับ Burnout เพราะมันทำให้คุณรู้สึกไร้ค่า Meaninglessness และมองหาอย่างอื่นทำที่ไม่ใช่งาน
🔥 Stage 5: คน Burnout
Insight: ระยะนี้ใครอย่ามาจุดชนวนนะ เพราะตอนนี้เหลือแต่ “น้ำมัน” พร้อมระเบิด! ร่างกายและจิตใจ ร้องบอกไม่ไหวแล้ว
- พฤติกรรม: รักวันศุกร์ เกลียดวันจันทร์ อยากมาทำงานสาย แต่กภลับบ้านตรงเวลา (แบบจิตวิญญาณไม่อยู่กับเนื้อกับตัว) นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ เริ่มมีอาการทางกาย เช่น ปวดหัวเรื้อรัง หรือลำไส้แปรปรวน
- สาเหตุ: World Health Organization (WHO) ระบุว่า Burnout คือ “ภาวะเครียดจากการทำงานที่จัดการไม่ได้”สะสมเรื้อรังจากการทำงานเป็นเวลานาน ไม่ใช่แค่เหนื่อยธรรมดา แต่มันส่งผลต่อสุขภาพระยะยาว จนส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ หมดพลังงาน มีทัศนคติเชิงลบต่อตัวเองและงาน
ความอันตรายอยู่ Stage นี้ ถ้าเอากลับมาไม่ได้แนวโน้มบ๊ายๆมีสูงมาก
🚶 Stage 6: Quite Quitting
Insight: ไม่ลาออก แต่ก็ไม่ทำเกินหน้าที่ อารมณ์“ทำเท่าที่จ่าย”แบบเงียบๆ
- พฤติกรรม: รอเวลาเลิกงาน เลิกงานปุ๊บ ปิด Notification ปั๊บ ไม่มีการตอบไลน์กลุ่มในวันหยุด งานด่วนคือเรื่องของพี่ งานที่ทำอยู่คือเรื่องของผม ตาม JD ที่ได้
- สาเหตุ: ยี่คือคือการตั้ง Boundary เพื่อปกป้อง Mental Health ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวจากการถูกเอาเปรียบ เลยเลิกที่จะละทิ้งทุกอย่างแบบเงียบๆ Stage นี้แทบจะกู่ไม่กลับแล้ว
🚪 Stage 7: ลาออก The Final Landing
Insight: จุดจบสายแข็ง คือการ “ยื่นใบลาออก” ด้วยความรู้สึกที่ว่า “พอที… กูไปละ!”
- พฤติกรรม: พอกันทีขอทิ้งทุกอย่าง วันที่ยื่นใบลาออกคือวันที่ยิ้มกว้างที่สุดในรอบปี เงินเดือนอาจจะสำคัญ แต่สุขภาพจิตสำคัญกว่า วันที่ลาออกคือความสุขกระจายจนเพื่อนร่วมงานอิจฉา
- สาเหตุ การลาออกไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการ Strategic Re-alignment เพื่อหาที่ที่ Value ของเราตรงกับองค์กร ดรกว่าสะสมความเครียด แะ สุขภาพจิตพัง
🧠 สรุปเราจะรอดจากวงจรนี้ได้อย่างไร?
- Recheck สัญญาณร่างกาย: อย่าปล่อยให้ “เหนื่อย” กลายเป็น “ชิน” สังเกตการนอนและอารมณ์ตัวเองบ่อยๆ
- Optimize การทำงาน: ประมาณตัวเองในการทำงาน ต้องรู้จักปล่อยวาง อย่าหว่านทำทุกอย่างจนล้มละลายทางสุขภาพ สุดท้ายกายไม่ไหว จะกระทบกับใจไปด้วย
- หา “ตัวช่วย” ที่เชื่อถือได้: ไม่ว่าจะเป็นการคุยกับจิตแพทย์, หากิจกรรมทำ เช่นไปเที่ยว ,การหาอาหารเสริมที่ช่วยเรื่องสมองและผ่อนคลาย, หรือการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้มีความสุข หรือจะดมเส้นสาย บาล์มผ่อนคลายอโรม่า ช่วยให้สดชื่น คลายเครียดได้
จากที่อ่านมาทั้งหมด ลองถามตัวเองว่า … ตอนนี้อยู่ Stage ไหน?
ถ้าอยู่ Stage 4-5 แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบไป Stage 7 จนกว่าจะมีแผนรองรับ! ใครมาถึงตรงนี้แล้ว Stage สุดท้ายสิ่งที่สำคัญคือการวางแผนทางการเงินให้พร้อมหากอยากไปพัก ดูว่าเงินเก็บเรามีพอไหม หรือหากยังมีรายจ่าย อาจจะมีต้องมีงานรองรับไม่ใช่ออกไปไม่มีอะไรกินก็เครียดอีก สิ่งสำคัญอย่าลืมดูแลสุขภาพ เพราะเส้นสายเชื่อว่า “สุขภาพดี” คือ “กำไร” ที่ยั่งยืนที่สุดในชีวิต

Leave a Reply