เก่งนักใช่ไหม? เอางานไปอีก!! พามารู้จัก Performance Punishment กัน

มีโอกาสได้ดู Clip นึงพูดถึงเรื่อง Performance Punishment ก่อนจะไปสรุป Clip

เส้นสาย จะพามารู้จัก “Performance Punishment”  ก่อนว่ามันคืออะไร

Performance Punishment = การที่คุณทำงานดี ทำงานเก่ง แต่ “รางวัล” 🏆 ที่ได้คือ “งานที่งอกเพิ่มขึ้น!” อารมณ์ทำดีได้เบิ้ล

คลิปนี้ Joshua ได้เอาบทความเรื่อง “ How performance punishment builds resentment among high-achieving employees “  

มาวิจารณ์แบบ แสบๆ และ มองว่าแนวคิดเหล่านี้เป็น Corporate Propaganda เพื่อเอาเปรียบพนักงาน

มาดูสรุปคลิปนี้กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

image.png
  • Joshua วิจารณ์บทความว่า บริษัทที่พยายามบอกพนักงานให้เชื่อว่า “อย่าคิดว่าการได้งานเพิ่มคือการลงโทษ แต่ให้ภูมิใจซะเถอะที่หัวหน้าไว้ใจคุณ! การได้รับงานเพิ่มคือ “รางวัล” นั่นอาจะเป็น ดักทางจิตวิทยา ที่ทำให้คุณรู้สึกว่าฉันเก่ง ฉันสำคัญ แต่จริงๆ แล้วคุณกำลังถูกหลอกใช้ฟรีๆ
  • ในคลิปได้พูดถึงบทความว่า พวกที่ เลิกงานตรงเวลาคือ คนขี้เกียจ “Low Achiever”  แต่ Joshua กลับมองว่าคนเหล่านี้คือ เขามี Boundaries ขอบเขตใน ใช้ชีวิต ไม่ใช่คนขี้เกียจ แต่เป็นคนปกติ! ส่วนคนที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำโอทีฟรีต่างหากที่ผิดปกติ
  • กับดักเรื่อง “โอกาสเติบโต” Carrot on a stick 🥕   หัวหน้ามักจะอ้างว่า “ทำงานนี้ไปก่อนนะ มันดีต่อ Profile เดี๋ยวโอกาสโปรโมทจะตามมา” ซึ่ง Joshua มองว่า มันคือการหลอกให้ทำงานหนักตอนนี้ เพื่อรางวัลในอนาคตที่อาจจะไม่มีจริงในอนาคต
  • ในบทความแนะนำว่าหากเรารู้สึกไม่โอเคกับการรับงานเพิ่ม ให้เราใช้คำพูดที่เบาๆว่า  เช่น “ฉันรู้สึกว่า…. รับงานมากเกินไป” เพื่อจะได้ไม่รู้สึกว่ากำลังตำหนิหัวหน้า ทั้งที่จริงๆ แล้วหัวหน้าคือต้นเหตุของปัญหานี้ Joshua มองว่านี่คือการพยายามทำให้พนักงานรู้สึกผิดและไม่กล้าเรียกร้องสิทธิของตนเอง

บทสรุป ของรางวัลคนเก่งคือ Burnout เพราะเรา “ไม่เคยปฏิเสธงาน” จะนำไปสู่ภาวะหมดไฟและการลาออก โดยเฉพาะเมื่อพบว่าตนเองได้รับการประเมินผลงานเท่ากับเพื่อนร่วมงานที่ทำตามเวลางานปกติ


ได้อ่านแล้วเป็นไงกันบ้าง หากคุณตกอยู่ในสถาณการ์นี้ คุณจะทำอย่างไร?

เส้นสาย มีวิธีที่อาจจะช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อยกับการต่อรองกับหัวหน้า

  1. ฝึกสกิล ปฏิเสธ 🚫 : เช่นอย่าตอบว่า “ไม่ทำ” แต่ให้ตอบว่า “ทำได้ แต่ถ้างานนี้แทรกเข้ามา งานเก่าที่พี่รีบจะดีเลย์ไป 3 วันนะ พี่เลือกเอาว่าจะเอาอันไหน?” ให้เขาเป็นคนเลือกความเสี่ยงเอง
  2. เทคนิค แลกกัน Trade Off📉 : เช่น “ยินดีช่วย แต่ตอนนี้ในมือเรา มีโปรเจกต์ A กับ B ที่ต้องทำให้เสร็จก่อน ถ้ารับงาน C อันนี้มาเพิ่ม โปรเจกต์ A อาจจะต้องเลื่อนไป ซึ่งกระทบ xxxxxx  
  3. ต่อรองด้วย Quality ของงาน 💼 : งานที่จะรับต้องใช้เวลา เพราะยังมีงานเก่าค้างอยู่ ถ้าให้ทำตอนนี้ที่เวลาบีบมาก กลัวว่างานมันจะออกมาไม่ละเอียด  แล้วไม่ได้คุณภาพ
  4. บอกไปตรงๆว่า ไม่มีเวลาทำ 🗓️: ต้องขอเวลาทำงานเพิ่ม โดยอาจจะให้ดูตารางงาน ตารางประชุม มันเต็มเอี้ยดทุกชั่วโมงเลย ถ้าจะแทรกงานนี้ ต้องหยุดทำบางงานแล้วจะมีผลกระทบ xxxxx

อ่านจบแล้วรู้สึกเคยเจอบ้างไหม?  ถ้างานมันลดไม่ได้ อย่างน้อยต้องเซฟร่างกายตัวเอง ด้วย เส้นสาย ZenSci นั่งดมแก้เครียด ช่วยผ่อนคลายวันที่งานเยอะๆได้นะทุกคน  ชีวิตพนักงานออฟฟิศมันสู้กลับ แต่เราต้องสู้กว่า… ด้วยสติและเส้นสาย บาล์มนวด อโรม่า

ไหนใครเคยเจอเรื่องอะไรมาคอมเม้นได้เลย …


Comments

Leave a Reply

Discover more from เส้นสาย บาล์มผ่อนคลายอโรม่า

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading